สถานที่ท่องเที่ยว
อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา- คุ้มขุนแผน
- ตลาดน้ำอยุธยา คลองสระบัว
- ปางช้างอยุธยา แล เพนียด
- ป้อมและปราการรอบกรุง
- พระที่นั่งเพนียด
- พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง
- พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
- พระราชวังหลวง หรือพระราชวังโบราณ
- พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (ทุ่งมะขามหย่อง)
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
- พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์
- พิพิธภัณฑ์เรือไทย
- มัสยิดนูรุ้ลยะมาล
- วังหลัง
- วัดกล้วย
- วัดกษัตราธิราชวรวิหาร
- วัดกุฎีดาว
- วัดช้างใหญ่
- วัดตูม
- วัดท่าการ้อง
- วัดธรรมาราม
- วัดธรรมิกราช
- วัดบรมพุทธาราม
- วัดบรมวงศ์อิศรวราราม
- วัดพนัญเชิงวรวิหาร
- วัดพระราม
- วัดพระศรีสรรเพชญ์
- วัดพิชัยสงคราม
- วัดพุทไธศวรรย์
- วัดภูเขาทอง
- วัดมหาธาตุ
- วัดมเหยงคณ์
- วัดราชบูรณะ
- วัดราชประดิษฐาน
- วัดวรเชษฐาราม
- วัดสมณโกฏฐาราม
- วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร
- วัดหน้าพระเมรุ
- วัดเชิงท่า
- วัดเสนาสนาราม
- วัดแม่นางปลื้ม
- วัดโลกยสุธา
- วัดใหญ่ชัยมงคล
- วัดไชยวัฒนาราม
- วิหารพระมงคลบพิตร
- ศูนย์บริการวิชาการและข้อมูลท่องเที่ยว(อยุธยา)
- ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา
- สถาบันอยุธยาศึกษา
- สวนศรีสุริโยทัย
- สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
- หมู่บ้านญี่ปุ่น
- หมู่บ้านโปรตุเกส
- อนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์
- อาคารท้องฟ้าจำลอง
- เจดีย์พระศรีสุริโยทัย
- โบราณสถานวัดนางกุย
- โบสถ์เซนต์ยอเซฟ
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง เป็นวัดที่พระเจ้าปราสาททอง กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาองค์ที่ 24 (พ.ศ. 2173-2198) โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2173 ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ วัดนี้เป็นที่ฝังพระศพของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์(เจ้าฟ้ากุ้ง) กวีเอกสมัยอยุธยาตอนปลายกับเจ้าฟ้าสังวาลย์ซึ่งต้องพระราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
สิ่งที่น่าชมภายในวัดได้แก่ พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นปรางค์ประธานของวัดตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสและที่มุมฐานมีปรางค์ทิศประจำอยู่ทั้งสี่มุม การที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองซึ่งเป็นกษัตริย์สมัยอยุธยาตอนปลายทรงสร้างปรางค์ขนาดใหญ่เป็นประธานของวัดเท่ากับเป็นการรื้อฟื้นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้นที่นิยมสร้างปรางค์เป็นประธานของวัดเช่นการสร้างปรางค์ที่วัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ เนื่องมาจากพระองค์ทรงได้เขมรมาอยู่ใต้อำนาจจึงมีการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมเขมรเข้ามาใช้ในการก่อสร้างปรางค์อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีพระระเบียงรอบปรางค์ประธาน ภายในพระระเบียงมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ผนังระเบียงก่อด้วยอิฐถือปูน มีลูกกรงหลอกเป็นรูปลายกุดั่น พระอุโบสถ อยู่ด้านหน้าของวัดภายในมีซากพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสร้างด้วยหินทราย ใบเสมาของพระอุโบสถทำด้วยหินสีค่อนข้างเขียว จำหลักเป็นลายประจำยามและลายก้านขด และเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ทางด้านหน้าพระอุโบสถมีเจดีย์ 2 องค์ ฐานกว้าง 12 เมตร สูง 12 เมตร ซึ่งถือเป็นศิลปะที่เริ่มมีแพร่หลายตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
วัดไชยวัฒนารามได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 และกรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะตลอดมาจนปัจจุบันไม่มีสภาพรกร้างอยู่ในป่าอีกแล้ว และยังคงมองเห็นเค้าแห่งความสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา ซึ่งผู้ไปเยือนไม่ควรพลาดชมอย่างยิ่ง
เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย 60 บาท ชาวต่างประเทศ 180 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา 30 วัน อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม หมายเหตุ ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.30- 21.00 น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน
การเดินทาง
สามารถใช้เส้นทางได้หลายเส้นทาง ได้แก่
เรือ ท่านอาจเช่าเหมาเรือหางยาวจากบริเวณหลังลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระราชวังจันทรเกษมด้านตะวันออกของเกาะเมือง ล่องไปตามลำน้ำป่าสักลงไปทางใต้ผ่านวิทยาลัยการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา วัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพุทไธศวรรย์ โบสถ์โปรตุเกส วัดไชยวัฒนาราม วัดกษัตราธิราชวรวิหาร และเจดีย์พระศรีสุริโยทัยอันสง่างามอีกด้วย ซึ่งจะทำให้การเดินทางมีรสชาติไปอีกแบบหนึ่งโดยเฉพาะเวลาพลบค่ำจะเห็นภาพบริเวณวัดไชยวัฒนารามงดงามมาก
รถยนต์ สามารถใช้เส้นทางเดียวกับวัดกษัตราธิราช แต่พอข้ามสะพานวัดกษัตราธิราชไปแล้วให้เลี้ยวขวาแล้วตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นวัดไชยวัฒนารามตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ทางด้านหน้า

