สถานที่ท่องเที่ยว
อำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี- การล่องแม่น้ำป่าสัก
- ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม
- ถ้ำพระโพธิสัตว์
- น้ำตกโกรกอีดก
- ผาเสด็จพัก
- พระบวรราชวังสีทา
- วัดป่าสว่างบุญ
- ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด - โป่งก้อนเส้า
- สำนักปฏิบัติธรรม
- หมู่บ้านทำไม้ขุดล้อม
- องค์การศาสนาเซไคคิวเซเคียวประจำประเทศไทย
- เขาพระพุทธบาทน้อย
ตั้งอยู่ที่ตำบลสองคอน ประวัติพระบวรราชวังแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างที่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันตก ณ ตำบลบ้านสีทา ในแขวงจังหวัดสระบุรี สร้างคราวเดียวกับเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงสร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่เมืองลพบุรี เพราะมูลเหตุที่เกิดแต่คราวหาที่สร้างราชธานีสำหรับเวลาสงครามดังกล่าวมานั้น ได้โปรดให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เสด็จขึ้นไปตรวจเมืองนครราชสีมา ทรงเห็นภูมิลำเนาไม่เหมาะ มาโปรดที่เขาคอก ในแขวงจังหวัดสระบุรี ว่าเหมือนเป็นป้อมอยู่โดยธรรมชาติจึงทรงสร้างที่ประทับขึ้น ณ ตำบลบ้านสีทา เห็นว่าไปมาถึงเขาคอกได้สะดวก แล้วเสด็จไปประทับ ณ ที่นั่น เพื่อตกแต่งเขาคอกไว้เป็นป้อมปราการสำหรับต่อสู้ข้าศึกแห่งหนึ่ง ได้เสด็จไปประทับที่วังสีทาเนืองๆ จนตลอดพระชนมายุ แต่วังนั้นล้วนสร้างเป็นเรือนเครื่องไม้
ครั้นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดให้รื้อตำหนักลงมาสร้างวัง พระราชทานพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ บ้าง ที่เหลืออยู่ก็พังสูญไปหมด เดี๋ยวนี้ที่ซึ่งเคยเป็นพระบวรราชวังกลับเป็นที่บ้านราษฎรไปอย่างเดิม
บริเวณสร้างวังกว้างขวางมาก ประมาณ 150 ไร่เศษ ซากเป็นพื้นก่อเรือนไม้ ก่อด้วยอิฐฉาบปูนเป็นบัวคว่ำหงาย มีรากฐานกว้างประมาณ 10 วา ยาวประมาณ 20 วา โดยคาดว่าสร้างขึ้นเป็น 2 หลัง อิฐสมัยโน้นแกร่งแข็งแรงมาก ขนาดหนา 4 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเอาบริเวณที่สร้างวังเป็นไร่ปลูกข้าวโพด มีการไถทำลายซากเดิมแทบจะสังเกตไม่ออกแล้ว ยังพอมีบริเวณที่เหลือซึ่ง กำนันสุพัฒน์ ฤทธิจำปา กันเอาไว้เป็นที่สาธารณะอยู่อีกประมาณ 4 ไร่เศษ ตรงที่เหลือนี้ ปรากฏเป็นชานประตูก่ออิฐฉาบปูน มีรอยวางแผ่นกระดานทำสะพานยื่นไปยังบึงน้ำ ชาวบ้านเรียกว่า "บึงตลาดไชย" ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของตัววังสีเทา ห่างกันประมาณ 100 เมตรเศษ เล่ากันว่าทรงใช้เป็นที่ประทับสรงน้ำ และเป็นที่ชุมนุมเหล่าสนมกำนัลนางฝ่ายใน เมื่อคราวเสด็จมาพักแรมในฤดูร้อนทุกๆ ปี เล่าสืบกันมาว่า สนมของพระองค์ทุกนางเก่งในทางแอ่วลาวมากที่สุด จนกระทั่งพระองค์เองสามารถเป่าแคนและแอ่วลาวได้ด้วย ถึงกับทรงพระราชนิพนธ์กลอนลำแอ่วลาวไว้หลายเล่มสมุดไทย คงเหลือปรากฏอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ สืบมาตราบเท่าทุกวันนี้
ผู้อ่านจำนวน: 14 ครั้ง
