ประวัติความเป็นมา และศักยภาพ ของเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร

โพสวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2006

ความเป็นมาของเรือลำนี้ สืบเนื่องมาเมื่อปี พ.ศ 2532 ได้เกิดพายุไต้ฝุ่ยเกย์ ขึ้นในอ่าวไทย จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ ประชาชน... และชาวประมงที่ประสบเหตุ หรือผู้ที่อยู่อาศัยใกล้พื้นที่ ต้องบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งในด้านต่างๆ อันได้แก่ การคมนาคม และการสื่อสาร ต้องถูกตัดขาดลงอย่างสิ้นเชิง กองทัพเรือในฐานะหน่วยกำลังทางทะเล ได้ใช้ความสามารถต่างๆ อาทิเช่นกองกำลังทางทะเล และเครื่องบิน .ถึงกระนั้น ก็ยังไม่สามารถต้านทานต่อสภาพเลวร้ายทางทะเลในครั้งนั้นได้ และนี่คือแนวคิดในการจัดหาเรือขนาดใหญ่ พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์หรือ อากาศยานที่มีลักษณะเด่น เพื่อใช้ในการช่วยเหลือ และค้นหาผู้ประสบภัยทางทะเลได้ดี ..อีกทั้ง ประเทศไทยเราประกาศเขตเศรษฐกิจจำเพาะออก ไปอีก 200 ไมล์ทะเล ดังนั้นยังมีภารกิจอีกอย่าง คือ ปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอีกทางหนึ่งด้วย

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2535 อนุมัติให้กองทัพเรือว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล
จำนวน 1 ลำจากบริษัทบาซาน ประเทศสเปนวงเงินประมาณ 7,100 ล้านบาท และในวันพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ..นั้นนับเป็นมหามงคลต่อกองทัพเรือที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงกรุณาเสด็จเป็นองค์ประธาน.. สมเด็จพระราชินีโซเฟีย แห่งประเทศสเปนทรงเสด็จร่วมในพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ที่อู่บาซาน เมืองเฟโรล ในวันที่ 20 มกราคม 2539

ความยาวตลอดลำ 182.6 เมตร หรือประมาณสนามฟุตบอล 2 สนามต่อกัน กินน้ำลึกที่ระวางขับน้ำสูงสุด 6.12 เมตร หรือสูงเท่าสะพานลอยคนข้าม ระวางขับน้ำสูงสุด 11,485.5 เมตริกตัน เครื่องยนต์ดีเซล MTU จำนวน 2 เครื่องๆ ละ 5,516 แรงม้า เครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ 2 เครื่องๆ ละ 22,117 แรงม้า ความเร็วสูงสุดที่ 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วเดินทาง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อากาศยานประจำเรือ อันได้แก่ เครื่องบิน ขึ้น-ลง ..แนวดิ่งแบบ ...AV-8S ( SEA HARRIER ) จำนวน 9 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์แบบ S-70B-7 ( SEA HAWK ) จำนวน 6 เครื่องกำลังพลประจำเรือ 601 นาย

หมายเหตุ
  • บทความข้างต้นเขียนขึ้นจากความเข้าใจส่วนตัวของผู้เขียน ข้อมูลอาจมีความผิดพลาดได้ ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงทางวิชาการได้
  • พบเห็นข้อผิดพลาดใดๆ ก็บอกกันได้นะครับ จะปรับปรุงแก้ไขครับ แนะนำติชม